-


-

Doomed Day II
"สีทอง ฤาจะผ่องอำไพ"

Reissue 2557>> บันทึกเสียงกลองใหม่ เบสใหม่ ร้องใหม่ Mix-Mastering ใหม่ ปกใหม่...
อัลบั้มเดี่ยว ชุดที่ 2 ของ สมศักดิ์ แก้วทิตย์ มือกลองจากวง ดอนผีบิน
ทำไมต้องเดี่ยว ? และถึงต้องทำเอง? มีมุมมองที่จะบอกผ่าน !

>>มุมมองจาก ผู้ที่เป็นนักดนตรี คิดแต่งเพลง ทำดนตรีเอง เล่นเอง บันทึกเสียงเอง มิกส์เสียงเอง จนถึงต้องขายเอง... !
จากการทำงานดนตรีเป็นกลุ่มเป็นวง มาสู่ทำคนเดียว ตั้งค่ายเพลง ทำห้องบันทึกเสียง จึงมีมุมมองที่จะบอกกล่าวเล่าต่อ.... !
การทำงานเพลง 1 ชิ้น หรือ 1 อัลบั้ม ที่จะให้มีเรื่องราวประกอบกัน เรียงร้อยดนตรี ให้ได้ประมาณ 8-10 เพลง สำหรับงานๆ หนึ่ง บางทีใช้ทีมงานกัน หลายคน ผมเคย คุยกับเพื่อนที่ทำงานเขียนเพลงอยู่ที่แกรมมี่ว่า อัลบั้มๆหนึ่งบางทีเขียนกัน 4 คน ต้องประชุม ให้ได้เรื่องราวไปในทางเดียวกัน เมื่อได้ เพลงก็ต้องถูกคัด เลือกจาก โปรดิวเซอร์อีกทีว่าผ่านหรือไม่ผ่าน หากผ่านก็จะถูกส่งไปยังผู้เรียบเรียงดนตรี ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นนักดนตรีหรือคนทำเพลง ที่จะต้องใส่ทำนองจาก เนื้อร้องที่ได้มา... แล้วนำเสนอโปรดิวเซอร์อีกรอบ หากผ่าน ก็จะถูกนำไปให้นักร้องฟัีง ลองร้อง หากชอบ ไม่ชอบยังไงก็อาจจะ กลับไปจุดเริ่มต้นใหม่ แบบนี้ ส่วนมากจะเป็นศิลปิน-นักร้องเดี่ยว แต่หากเป็นวงดนตรี ก็ต้องดูอีกว่าวงจะเล่นได้มั้ย หรือไม่งั้นก็ให้โอกาสวงลองทำเพลง มาดูกัน ว่าจะได้มั้ย พอไป ได้หรือ ออกเป็นผลงานสู่สาธารณะชน ได้มั้ย สุดท้าย มันจะขายได้รึเปล่า? ต้องหาแนวให้เข้ากับศิลปิน ถึงจะลงตัว ที่เจ้าของค่าย หรือ Executive Producer ผู้มีส่วนได้เสีย กับการลงทุนจะบอกว่ า OK ลุย เลย ! ที่พูดมาเป็นลักษณะของการทำงานในค่ายเพลง...ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้ เพราะเป็นธุรกิจเต็มตัว รวมถึงค่ายเพลงเล็กๆที่เปิดโดยคนเคยทำงานค่ายใหญ่ ก็จะติด รูปแบบมา ว่า มันจะขายได้มั้ยวะเนี๊ยะ ! จึงเข้าไปยุ่งเรื่องเพลงตลอด ไม่มากก็น้อย ทำให้เพลงที่ออกมาส่วนใหญ่จะออกตลาดๆ

แต่หากมาดูคนทำงานเพลงอิสระแล้ว ขั้นตอนก็อาจจะไม่ต่างกัน เพียงแต่คุณต้องลงมือทำเอง จะไว้วานใครมา หรืออาจจะเป็นแบบขอความช่วยเหลือก็พอไปไหว แต่ก็ ยากเย็นเต็มที หากไม่มีค่าจ้างค่าเหนื่อย และยิ่งหากงานหลุดโลกด้วยแล้ว คนที่ทำงานด้วยอาจจะคิดว่าเสียเวลาเปล่า แต่หากเป็นกลุ่มวัยรุ่นวงใหม่ ที่มีความมันส์อยู่ ก็ ลุยกันเลยแบบไม่คิดชีวิต แบบนี้แหละครับ จะทำให้เกิดงานใหม่ สิ่งใหม่ ที่แตกต่างจากคนอื่น แต่กลุ่มพวกนี้จะมาตายเอาตอนทำงาน คือยังไม่มีประสบการณ์ การขัด เกลาจะน้อย อาจจะเอาเท่าที่ได้ รวมทั้งการบันทึกเสียงด้วย ผลงานที่ออกมาจากกลุ่มคนดนตรีที่ทำงานเองจึงไม่ค่อยดีเท่าไหร่..หากจะให้ดี ก็คงต้องพึ่งผู้มีประสบ- การณ์มาช่วยขัดเกลา จึงหนีไม่พ้นการเข้าหาค่าย ที่จะให้งานรวมๆออกมาดี มีความสด มีความชัดเจน ในตัวศิลปินเอง

ทำไมเพลงที่มีในโลกนี้จึงมีใหม่เรื่อยๆ ในยุคที่ผ่านมา ตั้งแต่ยุค 50-60-70-80...เรื่อยมา จนถึงปัจจุบัน ช่วงหนึ่งก็คิดว่า"ตันแล้ว" แต่มันก็มีกลิ่นใหม่ๆมาเรื่อยๆ ถึงแม้ จะมีแนวคล้ายๆที่ผ่านๆมา แต่ก็เป็นงานของคน หรือกลุ่มนั้นๆ อย่างชัดเจน ไม่ว่าผลงานเพลงนั้นจะอยู่ในแนวไหน นั่นคือ สิ่งใหม่ ที่ผมพูดถึง ว่า ทำไมถึงต้องทำเอง ตามใจตัวเองในสิ่งที่อยากทำ ถึงแม้ระหว่างทาง จะล้มลุกคลุกคลาน จากการมุทะลุจะทำเอง และถึงแม้นจะใช้เวลาค่อนชีวิต ในการต่อสู้กับมัน ก็จะ ต้องทำ นี่คือที่มา ของ การลื้อฟื้นงาน Doomed Day II ทำให้มันสมบูรณ์แบบ ให้มันเป็นหนึ่งในงานเพลงบนโลกานี้ ที่มีความชัดเจน ไม่เหมือนใคร....

เมื่อมีความเด็ดเดี่ยว มั่นใจ ก็ต้องลงมือทำเอง ในส่วนไหนที่ทำได้ ก็ทำเอง ส่วนไหนที่ไหว้วานก็ว่ากันไป เผอิญผมโชคดีที่ชอบเรื่องการบันทึกเสียง งานด่านหิน จึง เรียนรู้ ค้นคว้า ทดลองทำด้วยตัวเอง ซึ่งต้องใช้เวลา ประสบการณ์ แต่ก็ช่วยได้มากที่เราไม่ต้องไปพึ่งใคร

ย้อนรอย เมื่อ 10 ปีก่อน กันหน่อย
เริ่มจากช่วงที่ ดอนผีบิน ทิ้งช่วงการทำงานอีกครั้ง ต่างคนต่างแยกกันไปทำงานที่ตัวเองอยากทำ เหมือนตอน ทำ Doomed Day I พองานกลุ่มนิ่งความคิดของตัวเองก็พลั่งพลู อัลบั้มชุดนี้ต่างกับอัลบั้ม ชุดแรก ตรงที่ชุด แรกทำเดโมเก็บไว้หลายปี รอวันลงมือเมื่อได้อุณหภูมิ แต่ชุดนี้เกิดจากความต่อเนื่อง จากชุดแรกและยังค้น หาสไตล์ดนตรีที่ชัดเจนขึ้น จึงเกิดการเค้นหาอยู่ที่เพลงเดียว เป็นเพลงนำร่อง ที่จะบอกทุกอย่างของความ
เป็น Doomed Day II จนเพลงนี้คือ เพลงแรกของอัลบั้ม ที่มีความยาวถึง 10 นาที เป็นเรื่องราวของชีวิตคน บนเส้นทางฝัน ที่เริ่มตั้งแต่เกิดจน ตาย ที่ไม่มีอะไรที่จะได้มาอย่างง่ายดาย เมื่อมีความฝันก็ต้องสู้กันยันฉาก สุดท้าย เพลงนี้มีชื่อว่า..... " อย่างนี้ นี่หรือ คือ.." และได้ Concept ต่อๆมาเป็นเรื่องราวแต่ละเพลง ในที่สุด !

" อย่างนี้นี่หรือคือ.., ชีวิต , ที่เขาเรียกว่าบัดซบ , สีทองไม่ผ่องอำไพ , ยังไงก็จะไม่ใช้มัน
,ใครทำก็จงรับไป , ยังคงรอความหวัง , จงเดินหน้าต่อไป "


เรื่องราวของชีวิต บนเส้นทางสาย Doom Metal ก็จะพูดถึงชีวิตที่อับจน หดหู่แบบสุดกู่ และเรียกร้องความ เสมอภาคของสังคม .....เมื่อเพลงนำร่องผ่านไป เพลงต่อไป ก็เริ่มที่ตัวละครน้อยๆ ที่เกิดมาในสลัม ท่าม กลางสังคมเมืองและความยากจน ที่ต้องซุกหัวนอนไปตามซอกหลืบของเมือง พ่อทิ้งแม่ไปเพราะความจน ปล่อยให้แม่ยิ่งเดียวดาย และต้องรับผิดชอบลูกน้อยๆ ต่อไปอีก การหาเลี้ยงปากก็ต้องหอบลูกไปด้วย ..ในที่สุดลูกน้อยที่ลืมตามาดูโลกได้เพียง 4 ปี ก็ถูกสอนให้ รู้จักการขอกิน ตั้งแต่วัยที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ..ทำไมจึงต้องเกิดมา ? ความผิดมันเริ่มที่ใคร ?

Track 2 “ ชีวิต ”
เรื่องราวของ
เด็กขอทานคนหนึ่ง ที่มีจิต มีใจ มีแขนมีขาเหมือนเด็กทั่วไป แต่จำต้องไปเป็นขอทาน จะมีใคร รู้บ้างว่า ข้างในเขาคิดยังไง? จิตใจจะบอบช้ำขนาดไหน มีความเหงา มีความโดดเดี่ยว เมื่อ ถูกทิ้งให้อยู่คน เดียว

Track 3 “ ที่เขาเรียกว่าบัดซบ ”
เมื่อชีวิตเติบโตขึ้น ท่ามกลางความตีบตัน ความคิดเริ่มก่อตัวเมื่อยามคิดได้ เริ่มเปรียบเทียบ เห็นความแตก ต่าง เริ่มเกิด ความฝันน้อยๆ ตามที่เห็นคนอื่นที่มีชีวิตที่ดีกว่า เรื่องเวรเก่ากรรมเก่า ที่ได้ ยินแม่พูดถึงอยู่ บ่อยๆ มันเหมือนจะมีจริง แต่ด้วยความแกร่ง เขาเริ่มคิดได้ เพื่อที่จะก้าวต่อไป...

Track 4 " สีทอง ไม่ผ่องอำไพ "
เมื่อคิดได้ จึงหลุดจากการขอทาน หันไปขายแรงงาน...ชีวิตในแต่ละวัน ที่ต้องตรากตรำ ทำงาน ใช้ แรงงาน แลกเงินเพื่อเลี้ยงชีวิตไปวันๆ จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน เมื่อนานเข้าจิตใจเขาเริ่มอ่อนล้า คิด อะไรไม่ออก ตื่นเช้ามาก็เหมือนมีแต่กายที่ต้องไปทำงานเพื่อแลกกับเงิน ในวันหนึ่งเมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาได้พบกับท้องฟ้า ที่เขาไม่เคย เห็นมาก่อน สีทองสุกอร่าม ประกายเปล่งปลั่ง สะท้อนจาก ก้อน เมฆที่เรียงตัวกันเป็นริ้ว เรียง ไล่กันอย่างเริงร่า..เหมือนกับจะมีสิ่งมาบอกกับเขาว่า หลายอย่าง ในชีวิต เขาอาจจะดีขึ้น จิตใจเขาตื่นเต้น ในสิ่งที่เห็นและในสิ่งที่ฝัน แต่เขาอิ่มเอิมได้ชั่วครู่ ทุกอย่าง ก็เริ่ม จางหาย เปลี่ยนไป ความร้อนแรงของ แสงตะวันเข้ามาแทนที่ ก้อนเมฆที่เล่นริ้ว เรียงกัน แยกย้าย สลายไปคนละทาง ...เขาตื่นจากภวังค์และเริ่ม คิดได้ว่านั่นมันเป็นภาพลวงตา และฝันไป

Track 5 “ จะไม่ใช้มัน ”

ชีวิตในสังคมล่าง ที่รอบกายรายล้อมไปด้วยสิ่งที่เลวร้าย จนบางครั้งต้องหาทางออก เอาตัวรอดจากสิ่งร้ายๆ ทั้งปวง จิตใจเขาป่วย จนแทบจะจำนนกับยาเสพติด แต่ก็คิดได้ ว่าจะไม่ใช้มัน

Track 6 “ ใครทำจงรับไป ”
วังวนของการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดจากยาเสพติด จากสิ่งที่เห็น ทำให้เขาฝันไปว่า เขามีชีวิตที่ดีขึ้น มีทุกอย่าง ที่ต้องการ กับงานที่เพื่อนให้ทำ มีพรรคมีพวก มีคนคุ้มกัน จนลืมแม่ไปสนิทใจ ในวันหนึ่ง เขาก็ถูกจับได้และ ถูกตัดสินประหารชีวิต ซึ่งวันนั้นแม่รู้ข่าวก็แทบขาดใจ ในวันประหาร เขารู้ดีว่าแม่มา รอเขาอยู่ที่นอก เรือนจำ หัวใจแม่สลายเมื่อวิญญาณของเขาหลุดออกจากร่างเมื่อเขาตื่นจากฝัน เขารู้สึกว่า การที่เขามีชีวิตอยู่ได้ แบบ ที่เขาเป็นอยู่ก็ดีหนักหนาแล้ว โอกาสสำหรับเขายังมีอยู่ข้างหน้า เขาไม่จำเป็นต้องหาทางลัดไปสู่ฝัน เขาจึง ตั้งหน้าตั้งตาสู้ชีวิตกับแม่ต่อไป เสียงแว่วสวด ในฝัน ยังคงก้องอยู่ในใจเขา

Track 7 “ ยังรอความหวัง ”
ชีวิตที่แทบจะไม่เคยพบกับความสุขทางกายเลย กลับยังมาเจอกับโรคร้ายอีก แข้งขาเขาขยับ ไม่ค่อยจะได้ จากการทำงานหนักจนต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล และต้องใช้เงินมากในการรักษา เขาไม่รู้ที่จะไปพึ่งใคร
ได้ เขาเริ่มเข้าสู่มิติอื่น ขอพร อ้อนวอนจากดวงดาวบนฟากฟ้า ให้ช่วยให้เขา หายจากโรคร้าย รอแล้วรออีก
และยังคงรอต่อไป

Track 8 “ จงเดินหน้าต่อไป ”
สิ่งมหัศจรรย์อาจจะอยู่ไม่ไกลจากตัวเขาก็ได้ หากคนที่มีเหลือเฟือ หรือรัฐจะยื่นมือมาช่วยเขา ชีวิตของเขา เหมือนนิยาย แต่ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย ไม่มีอะไรดีไปกว่าการทำให้จิตใจแข็งแกร่ง ที่จะพากายไปสู่เส้นทาง ข้างหน้า ลืมในสิ่งที่เลวร้าย จดจำในสิ่งที่ดีที่จะเป็นกำลังใจให้กับชีวิตในการก้าวไป ข้างหน้าอย่างหนักแน่น
และมั่นคง..
เรื่องราวในอัลบั้ม สีทอง ฤาจะผ่องอำไพ ไม่ได้มองโลกในแง่ร้าย เพียงเพียงหยิบเอาเรื่องราวของชีวิต ที่จม ปรักอยู่ในโคลน มาสื่อผ่านบทเพลง เพื่อให้สังคมให้ความช่วยเหลือบ้าง จริงอยู่ที่คนส่วนใหญ่ไม่ อยากรับรู้ แต่เรื่องราวเหล่านี้ก็เข้ากันได้ดีกับดนตรีแนวนี้
Doomed Day เป็นงานดนตรีที่มุ่งไปที่กลิ่นไอของความปวดร้าวแบบเต็มพิกัด ที่ผู้คนต้องต่อสู้ดิ้นรนกับปัญหา ชีวิต..บ้างสุดขีดเจอทางตัน รวมไปถึงชีวิตของเหล่าผู้คนบนเส้นทางฝัน ที่ต้องฝ่าฟัน ไขว่คว้า ดิ้นรนเพื่อจะให้ ได้มา!...ผสมเข้ากับดนตรีโอดครวญสะท้านทรวง Thai Melodic Doom Metal ที่นำเอาสำเนียงของความ เป็นไทย สอดแทรกเข้าไปในดงดนตรีเมทัลที่หนักหน่วง แต่ในส่วนลึกของความปวดร้าว ก็แฝงไปด้วย เมโลดี้ที่น่าฟังและชวนติดตาม เสียงกีตาร์ที่แผดลึก โหยหวน ทิ่มเสียดแทงใจเป็นตัวแทนความปวดร้าวของ ผู้คน ผ่อนคลายความสับสนในชีวิตด้วย อีกเสียงกีตาร์ที่สดใส เดินเรื่อง อยู่ในทุกบทเพลง ทั้งแว่วเสียงจาก เครื่องดนตรีพื้นเมืองส่อความสันโดด (ปี่จุม ซึง แคน) สอดสาน เข้าไปในบางเพลง ทำให้งานชุดนี้เป็นทั้ง Rock เป็นทั้ง Metal ที่มีกลิ่นไอของความเป็นไทยอยู่ไม่น้อย และเป็น Progressive Doom Metal แบบ กลายๆ ด้วยเพลงแรก ที่มียาวถึง 10 นาที ที่มีทุก อรรถรส รวมอยู่ในเพลงนี้ ส่วนเพลงอื่นๆ ก็มีทั้งแนว Metal Rock และ Speed Metal ... มีทั้ง Ballad Rock ที่เรียบง่ายแต่เข้าถึงอารมณ์แบบสุดขั้ว !
....นี่คือ Doomed Day II ที่มีความเป็น Thai Melodic Doom Metal ไว้อย่างเต็มพิกัด....!






งานบันทึกเสียง
ชุดนี้ทำเองทุกอย่างอีกเช่นเคย ซึ่งมันเป็นตัวของตัวเองไปอีกแบบ อาจจะซ้ำซาก อยู่ในวังวนเดิม แต่ชัดเจน มันเป็นงานเพลงอีกแบบหนึ่งที่ไม่ใช่เป็นวง เป็นดนตรีและบทเพลงที่มาจากวิญญาณของ คนๆเดียว ซึ่งรวม ถึงงานบันทึกเสียงด้วย การที่จะถ่ายทอดอารมณ์ทุกเม็ดที่เราต้องการออกไป เราสื่อเองก็จะง่ายกว่าที่จะ ต้องไปบอกอีกคนให้ทำอย่างที่เราต้องการ แต่ก็มีบางส่วนที่เราต้องเชิญเลย ก็คือในส่วน เครื่องดนตรีพื้น เมือง นอกจากนั้นยังมีนักดนตรีรับเชิญมาร่วมงาน โดยในอัลบั้มชุดนี้ มีนักร้องรับเชิญ 2 คนคือ คิด แก้วทิตย์ จากดอนผีบิน ร้องนำหนึ่งเพลง และธีรพงษ์ ร้องนำอีกหนึ่งเพลง และร่วมประสานอีก 3 เพลง ส่วนภัทราวุฒิ์ มือกีตาร์ก็เข้ามาในส่วน Solo ในจุดที่ต้องการความเร็ว และเสียงโหยหวนของคันโยก ส่วนที่ช้า เน้นเมโลดี้ ยังคงคอนเซบท์ “ Slow But Kill ”....ก็เล่นเองทั้งหมด


........อั๋น-ปี่จุม & ซึง................ภัทราวุฒิ์ Speed solo Guitar.............ธีรพงศ์ เสียงคำราม Death Metal
ส่วนภาพปก
ยังใช้ภาพจากธรรมชาติ มาเป็นสื่อและถ่ายภาพเก็บใว้ด้วยความบังเอิญ
ในชุดที่ 1 ถ่ายใน คืนวันเพ็ญเดือน 12 ขณะที่พระจันทร์กำลังโผล่ออกจากเมฆและเคลื่อนผ่านต้น ไม้ที่กำลังนั่ง กันอยู่พอดี ส่วนชุดที่ 2ถ่ายในตอนเช้ามืด ของวันที่จะเริ่มลงมือบันทึกเสียงกีตาร์.... ซึ่งสิ่งที่เห็น ได้หายไปในช่วง 10 นาที ส่วนภาพปก version reissue'57 ก็เช่นกัน ถ่ายที่บ้าน แต่ตอนตะวันลับฟ้า........

.

สิ่งที่น่าสนใจ่ในงานชุดนี้คือ.........
การนำเอาเสียงเครื่องดนตรีพื้นเมืองทางเหนือ อิสาน ซึ่งมีสำเนียงของความเป็น “ ไทย ” ใส่เข้าไปใน บท เพลงไทยในแนวเมทัลไทย เป็นสิ่งที่ท้าทายในการ
จะบอกต่างชาติ ให้รู้ว่า นี่คือ ดนตรีจากแดนสยาม และอาจเป็นอัลบั้มเมทัลเดียวในโลก ที่มีเสียงปี่จุม เสียงซึง แคน ฉาบ ฆ้องและกลองปู่จา บรรเลงอยู่ใน คงดนตรี Metal ถึงแม้นมันจะมีอยู่ในบางเพลงและ
บางท่อนของเพลงเท่านั้นก็ตาม แต่ไม่ใช่พากันเข้าวัด อย่างนักเขียนผู้ด้อยมุมมองเขียน หากมองลึกเข้าไป เสียงกลองปู่จา คือ เสียงแห่งความฮึกเฮิม ที่จะสร้าง กำลังใจให้กับผู้ที่จะเดินหน้าต่อไป ในการรบกับชีวิต
นี่คือ การสร้างสรรค์ระดับโลก มีอันเดียวในโลก ! ซึ่ง
ทำให้ต่างชาติสนใจ ถึงแม้มันไม่ใช่งานสุดเจ๋ง แต่มัน คือ กลิ่นไอใหม่ ด้วยเพราะเสียงปี่จุม ที่ทำให้ เพลง "จงเดินหน้าต่อไป" ได้รับเลือกไปรวม ในงานเพลง
เมทัลจากทั่วเอเซียและยุโรป ในอัลบั้ม Geki-Teki
Metal ที่ญี่ปุ่น ของค่ายเพลง Captain Rock

สิ่งที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของงานชุดนี้ คือ
ปกนิตยสาร สีสัน ฉบับต้อนรับปีใหม่ มกราคม 2547 เป็นภาพ Doomed Day II
นิตยสารดนตรีที่ทรงพลังและเป็นกลางที่สุด ของวงการดนตรีไทย ได้ให้เกียรติ
การมาถึงงานเดี่ยว ลำดับ 2 ของ Doomed Day เป็นอย่างมาก
และยังได้รับการคัดเลือกเข้ารอบสุดท้าย รางวัลสีสัน อวอร์ดส ปี 2546 อีกด้วย
ใน สาขา " ศิลปินชายร็อคยอดเยี่ยม " ซึ่งสร้างความภูมิใจให้กับ คนสร้างงานดนตรี
อิสระเป็นอย่างมาก
สนับสนุนศิลปินด้วยการสั่งซื้อซีดีจากเรา คุณไร้กังวล จัดส่งให้ทันที ! โทร 089-8506440
เนื่องจากปัจจุบัน วงการเพลงได้เปลี่ยนไป เทคโนโลยีพัฒนาไปถึงจุดที่ผู้ฟังสามารถเข้าถึงสื่อต่างๆได้เพียงปลายนิ้ว รูปแบบการฟังเพลงเปลี่ยนไปในรูปแบบ digital ซึ่งสามารถส่งต่อไฟล์ให้กันโดยง่าย ทำให้การ สนับสนุนศิลปินด้วยการซื้อผลงานเพลงในรูปแบบซีดี แบบเก่าลดลง เหลือน้อยจนทำให้ศิลปินที่ผลิตผลงานเพลงไม่มีรายได้พอที่จะอยู่ได้ จึงหันไปทำอาชีพอื่นกัน จนบางที เหลือเวลามาทำผลงานเพลงน้อยลง ส่งผลให้การสร้างงานเพลงของศิลปินไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผลงานใหม่ๆจึงไม่ค่อยจะมี เดี๋ยวนี้ เมื่อศิลปินผลิตงานเพลงมา 1 ชุด จะมีรายได้จะได้จากการขายผ่าน download เท่านั้น แต่ยอดที่ได้ยังน้อยมาก เพราะในบ้านเรากำลังเริ่มต้น คาดว่าคงต้องใช้เวลาอีกหลายปี ดังนั้นศิลปิน จึงยังจะผลิตซีดี ไปอีกสักระยะ จึงอยากจะให้แฟนเพลงช่วยสนับสนุนซีดี และถือว่าเป็นการสนับสนุนศิลปินโดยตรงนะครับ จึงอยากจะขอ ขอบคุณแฟนเพลงทุกๆท่าน อีกครั้ง ที่สนับสนุนศิลปินไทย ด้วยการสั่งซื้อซีดี ถึงแม้จะไม่ได้ฟังจากซีดีแล้วก็ตาม อย่างน้อยก็จะเป็นกำลังใจให้ศิลปินไทย ผลิตผลงานกันต่อไป ตราบจนทุกอย่างจะเปลี่ยนไป......

การสั่งซื้อ ติดต่อตรงทางโทรศัพท์ 089-8506440, 081-7649221 (เวลา 10.00-18.00 น.) หรือทาง email : mxmsound@gmail.com เพื่อเช็คของ เช็คราคา+ค่าจัดส่ง แล้วโอนเงินชำระค่าซีดี การจัดส่ง จะจัด ส่งทางไปรษณีย์ ซึ่งจะสะดวกสุด โดยทางเราจะแจ้งให้ทราบทันทีว่าส่งของไปทางไหน และจะติดตามจนถึงปลายทาง รายละเอียดเพิ่มเติม >m

ข้อมูล Up Date เมื่อ August 20, 2014 Copyright 2009 DayOneRecords / Thailand
277/5 Changklan Road, A.Muang, Chiangmai 50100 Northern Thailand Tel/Fax 053-819379, 081-7649221, 089-8506440 email : mxmsound@gmail.com facebook-Friend Page