หน้าแรก .....Webboard.....About us.....Contact us.....สั่งซื้อของ Order.....แผนที่ร้าน-Map.....บริการจัดส่งทั่วประเทศ


บทความประกอบเวบ เป็นความเห็นส่วนตัว
โปรดใช้วิจารณญาณ ! ไม่สามารถนำไปเป็น
ข้อมูลอ้างอิงได้ เพื่อความมันส์และบันเทิง
เท่านั้น
Guitar-Bass Effects
เอฟเฟค สำหรับกีตาร์และเบส

Effects กีตาร์
คำง่ายๆที่ใช้เรียกกัน มันมีอยู่แค่ 4-5 ประเภท แต่มีผู้ผลิตหลายราย ทั้งบริษัทใหญ่ เล็กและผลิตกันเอง สินค้าจึงมีมากหลากหลายจริงๆครับ เป็นโลกของ มันเลยก็ว่าได้ Effects กีตาร์ กับเบส ที่ใช้กันมานาน จริงๆมีอยู่ 4 กลุ่ม ใหญ่ๆ เรียงตามที่นิยมใช้กัน คือ
1- ประเภททำเสียงแตก ได้แก่ OverDrive, Distortion
2- ประเภททำเสียงแกว่งๆ ได้แก่กลุ่ม Modulation หรือพวก Chorus, Flanger, Wah Wah...
3- ประเภททำเสียงซ้ำ ก้องๆ ได้แก่ Reverb, Delay

4- ประเภทคุมระดับเสียง บีบกดทำให้เสียงยาวขึ้น ได้แก่ Compressor

> ส่วนประเภทอื่นๆ จะเรียกเป็น Effect ได้ไม่เต็มปากนัก ซึ่งผมจะถือว่าเป็นเครื่องช่วย อย่างเช่น
5- Pre Amp เพื่อเลือกโทนเสียง และ กลุ่มจำลองเสียงแอมป์ (Amp Modeling)
6- ประเภทจำลองเสียงจากตู้ลำโพงต่างๆ (Cabinet Modeling) เพื่อใช้ในการบันทึกเสียงตรง เข้า Mixer หรือ Computer
7- ประเภท Direct Box ต่อตรงเข้า Mixer เลย เหมาะสำหรับที่ที่ไม่มีแอมป์
8- ประเภทคุม Volume อย่าง Volume เท้า ผมจัดพวก booster ทั้งหลายอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย
9- ประเภมคุม Noise ต่างๆ เช่น Noise gate, Noise Suppressor...
10- พวกสวิทซ์ต่างๆ อย่าง A/B Box , Line Selector หรือพวก Pedal switcher ...รวมทั้งที่เป็นระบบต่างๆแบบ Custom made
11-พวก Looper....ตัวจ่ายไฟ...โอ้ย เห็นมั้ยครับมันเยอะแยะไปหมด เอาเป็นว่าเราคุยกันเฉพาะตัวหลักๆ ดีกว่า ที่เหลือตัวใครตัวมันนะ ฮา !



Effect ที่ผลิตขึ้นในตลาด มี 2 แบบ เท่านั้น คือ
1- แบบที่เป็นก้อนๆ หรือที่เรียก Stomp box ทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น Overdrive ก็ทำเสียงแตกแบบหยาบๆอย่างเดียว (หรืออาจมี 2 มารวมกันใน
ก้อนเดียว เช่น Delay-Reverb )ข้อดีคือ เลือกใช้เลือกซื้อแบบเป็นก้อนๆ คนละยี่ห้อก็ได้ ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็ให้เสียงไม่เหมือนกัน ข้อเสียคือ เวลาเล่นต้องเปิด
เป็นตัวๆไป โปรแกรมทีเดียวไม่ได้ อีกอย่างสนนราคารวมแล้วอาจสูงกว่าข้อ 2 รวมทั้ง มีหลายก้อน ขนย้ายลำบาก ต้องหาบอร์ดใส่ไว้ รวมทั้งตัวจ่ายไฟแยก
ที่ร้านมีจำหน่ายยี่ห้อระดับโลก เช่น Boss, MXR, Ibanez, เกรดรองก็มีเช่น Nux, Artec, Biyang สินค้าของไทยเรา เช่น Pedal Tank, Shark, 8 Note
...

2- Multi Effect คือมีเอฟเฟคหลายๆอย่างในตัวเดียว มีทั้งแบบ Floor board และทั้งแบบเป็น Rack 19" และสามารถโปรแกรมใว้เป็นโปรแกรมๆได้ เวลา ใช้ก็กดเลือก โปรแกรมใช้ได้เลย ข้อดีคือ จ่ายทีเดียวได้ทุกอย่าง ราคาไม่แพงมาก สามารถโปรแกรมได้ เปลี่ยนเสียงกดปุ่มเดียว save ที่ปรับไว้ได้
และ
เวลาขน ไม่พะรุงพะรัง ส่วนข้อเสียคือ มีลักษณะเสียงเป็นของยี่ห้อนั้นๆเท่านั้น ปรับไม่มันส์ ยุ่งยากหน่อย และวงจรทั้งหมดจะเป็น digital เป็นส่วนใหญ่และ
ก็แยกย่อยไปได้อีกดังนี้


Effects แบบติด Rack
ยังมีที่นำเอา Effect เป็นอย่างๆ ไปใช้ เช่น Delay ก็ใช้ตัวหนึ่ง Compressor ก็ใช้ตัวหนึ่ง แบบที่ระดับโลกเขาใช้กันแต่ดูวุ่นวายและสิ้นเปลืองเกินไปสำหรับ
นักดนตรีระดับท้องถิ่นอย่างบ้านเรา


Yamaha SPX900
Effects แบบเน้นไปที่การจำลองเสียง
Line 6 ผู้นำด้านการจำลองเสียงของตู้แอมป์ต่างๆ และเสียงจากตู้ลำโพงต่างๆ เหมาะสำหรับบันทึกเสียง แต่ตอนนี้ Kemper มาแรงสุด วง Metal อย่าง
Trivium ใช้ตัวนี้ตัวเดียวในการแสดงคอนเสิร์ท ! ไม่มีแอมป์ แม้กระทั่งมือเบสก็ใช้ตัวนี้


Line 6 POD HD และ Kemper (ขวา)

การนำ Effects ทั้ง 2 แบบไปใช้แบบผสมผสานขั้นสูง !
แบบนำทั้งหมดมาใช้ร่วมกันดูค่อนข้างวุ่นวาย ผู้ใช้ต้องเป็นผู้รู้และเข้าใจในอีเลคทรอนิคส์พอสมควร(อย่างผม ฮา !) เพราะการต่อต่างๆจะผ่าน switcher -
loop แยกแอมป์ แบบนี้มีเห็นในระดับโลกเท่านั้น สำหรับนักดนตรีท้องถิ่นอย่างบ้านเรา ฝีมือคงไม่ถึงระดับนั้นและไม่มีปัญญาไปทำหรอก เพราะขนาดระดับ
โลกมันยังมึน ต้องพึ่งพวกผู้รู้จ้าง Guitar Technician มาดูแลให้ ผมเข้าไปดู diagram แล้วโคตรวุ่นวาย คนเล่นคงยังเวีย
นหัว และมันเล่นอะไรกันนักกันหนา
ไปดู Slash เล่นสิครับ เทียบสิ่งที่ slash เล่นกับปริมาณ Effects ที่ใชทั้งหมด้ ผมว่ามันเว่อร์ไป... ฮา ! คนเล่นกีตาร์แบบ Slash ผมว่ามีเสียงแตก 1 ตัว กับ
Chorus+Delay เข้าแอมป์เลย ก็ไม่ต่างกันมากดอก แต่พวกนี้เป็นมือระดับโลกก็จะสุดๆ พวกมือกีตาร์ที่มี Effect เยอะๆ เวลามันเล่น มันไม่ได้เป็นคนกด ปิด
เปิด มีคนคอยกดให้อยู่หลังเวที คนเล่นมีหน้าที่เล่นอย่างเดียว คนดูแล Effects ก็ต้องคอยกดให้ คนกดต้องรู้เพลงด้วย..อย่างพอเข้าท่อน Solo ก็กดเปลี่ยน
โปรแกรม เพิ่ม boost - delayให้ .....แต่เท่าที่
ดู พวกระดับโลกก็จะมีพวกบ้ากับไม่บ้าอีกนั่นแหละ บางคนใช้ง่ายๆนิดเดียว แต่บางคนโอ้โหมากเกินนะ ว่างั้น มั้ย? ไม่ว่ากันแล้วแต่เค้าเถอะ ของใครของมันนะ มันเป็นเรื่องของ Effectssss.....ลองดู diagrame ของบัก Slash ดู เทียบกับ trivium ที่ใช้เพียง 4 ตัว !!
Amplifiers

**แบบที่เป็น Stomp Box เป็นแบบที่มันส์ที่สุด เพราะมันทำให้คุณระทึก แบบเป็นก้อนๆ และหมดเงินกับมันเป็นครั้งๆไป ไม่ชอบเสียงตัวไหน ก็เปลี่ยนมัน
เป็นตัวๆไป คนละยี่ห้อก็ได้
แต่เวลาเล่นจะลำบากในการปิดเปิดหน่อย ยิ่งหลายๆตัวที่ต้องเปิดพร้อมเดียวกัน ก็ทำให้คุณเสียสมาธิในการเล่นไปไม่น้อย
แต่ไม่เป็นไร เริ่มที่ตัวเดียวก็ได้ ปรับก็ง่ายๆ เห็นๆ ชัดๆ ไม่ชอบก็ขายต่อ ที่ร้านเรารับฝากขายครับ ยี่ห้อถูก หรือ แพง จัดหาได้หมด อยู่ที่กำลังเงินนะจ๊ะ !



รู้เขาหลอก แต่ก็เต็มใจให้หลอก ! เอ๊ะ หรือ โดนโขก
Effects ทั้งหลายคือ อุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ครับ แต่สามารถทำเป็นการค้าได้ด้วยการสร้างภาพ ออกแบบให้ดูดี มีมือโปรระดับโลกใช้ จึงปั่นราคาขึ้นไปได้ ถึง 10 เท่า ของราคาทุนจริงๆ เพราะมันมีบารมีในตัวมัน การทำงานของมันก็เหมือนกับตัวอื่นๆที่มีวงจร อุปกรณ์เหมือนกัน ต่างกันคือมันไม่มีบารมี จึงไม่มี
ราคา ! ผมมีความรู้อีเลคทรอนิคส์บ้าง เคยทำ Effect พวกนี้มากับมือ ซื้ออุปกรณ์ตามร้านอีเลคทรอนิคส์ทั่วไป ไม่เกิน 300 บาท ตกใจราคา MXR รุ่นเล็กๆ
อย่าง distortion ที่มีวงจรแบบโคตรง่าย ใช้ IC741 ตัวเดียว และอุปกรณ์อื่นๆอีกนิดหน่อย ราคามันซัดไป 4,100 บาท(ราคาตั้ง 4,800 บาท)


สีเหลืองอร่ามตัดดำ หน้าตาสะสวย เข้าใจหลอกล่อ กับราคา 4,100 บาท- วงจร IC741 ธรรมดา - อุปกรณ์ลงปริ้นโบราญสมัยก่อน - ปัจจุบันอุปกรณ์ทุกอย่างลงปริ้นหมด


Tube screamer mini ออกใหม่ล่าสุด ปี 2015 - Overdrive ราคาอยู่ที่ 3,000 บาท (ย่อส่วนมาจาก เจ้าเฒ่า TS808 ราคา 5,800 บาท ทุกอย่างอยู่บนปริ้นแผ่นเดียว)

แล้วไง?
เมื่อราคาของ Effect ที่มียี่ห้อแพง จึงเกิด effect DIY ขึ้น เพราะมันถูกกว่ากันเยอะ เพียงแต่เลือกใช้อุปกรณ์ดีๆหน่อยเท่านั้น เราจึงเห็น Effect ราคาถูกใน
ตลาดมากมาย รวมทั้งของคนไทยเราด้วย ซึ่งขายกันอยู่ที่ราคาสมเหตุสมผลสุดคือ 1,700-2,500 บาท สำหรับ Overdrive-Distortion...ที่ทำออกมาก็มี
ยี่ห้อ Pedal Tank, Shark, 8 Note...รวมทั้งของจากจีนอย่าง Joyo, Eno, Nux ตัวสีเขียว Overdrive ข้างล่าง ราคาอยู่ที่ 1,700 บาท เท่านั้น

ใครที่สนใจทำ Effect เอง ลองเข้าไปอ่านเวบที่มีผู้ใจบุญเขียนไว้ ตามลิงค์ครับ https://sites.google.com/site/newpedaleffect/home

เมื่อเราต้องการความมั่นใจสูงสุด ไม่อยากใช้ของสมัครเล่น กลัวเสียง่ายเล่นไปๆเสียกลางคัน กลัวเสียหน้าเพื่อนๆว่าใช้ของถูก อยากเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ชีวิต
ภูมิใจที่ได้มีไว้ ได้ใช้รุ่นเดียวกับระดับโลก..หลากหลายเหตุผล จึงจำเป็นต้องจ่ายเพื่อให้ได้มา เข้ากับที่ว่า " รู้ว่าเขาหลอก แต่ก็เต็มใจให้หลอก ฮา! "
อีกคำที่ผมรู้สึกคือ เต็มใจให้โขก 55 ซึ่งผมก็เต็มใจยอมมาหลายงานละ อย่าง Overdrive ผมก็ยอมควักเงินซื้อ Ibanez และ Maxon มาครอบครองนักแล !



Thai - China made Stomp Box Effects เอฟเฟคฝีมือคนไทย-จีน.. Pedal Tank, Shark, 8 Note....

อย่างที่บอกครับ เมื่อรู้ว่าของมียี่ห้อมันโขกกันน่าดู จึงมีผู้ที่เห็นว่ามันน่าจะราคาถูกกว่านี้ จึงผลิตยี่ห้ออื่นๆออกมา มีทั้งไทยเราและจากประเทศอื่นๆ เพียบ !
Effect ที่ทำโดยคนไทยเรา
ฝีมือไม่แพ้ฝรั่งหรอกครับ สังเกตุคนไทยก็ชนะฝรั่งหลายเรื่อง เพียงแต่ส่วนใหญ่เรายังทำแบบสมัครเล่นกันอยู่ ขายในกลุ่มคนไทยด้วยกัน คุณภาพสินค้าก็
พอไปได้ สมเหตุสมผลกับราคา เหมาะกับคนไทย เราอาจจะไม่มีโอกาสได้สร้างภาพอย่างฝรั่งได้ จึงทำได้แค่ในประเทศ ผมได้มีโอกาส ฟังมือกีตาร์มาลอง
เสียงกันหลายๆคน ระหว่าง MI Audio Crunch box กับ Pedal Tank G-2 สีดำราคา 2,000 บาท ส่วนตัวแดง 5,000 ครับ แล้วก็เห็นว่าเสียงมันไม่ต่างกัน เท่าไหร่ เพราะวงจรข้างใน คล้ายๆกันดังที่กล่าวมาข้างต้นนั่นเอง ยังไงสนับสนุนสินค้าของคนไทยเรา นอกจากสบายกระเป๋าแล้ว เงินไม่รั่วไหลออกนอก
ประเทศด้วยครับ แต่คนไทยต้องท้อแท้อีกครั้ง เมื่อมีสินค้าจากพี่จีนเข้ามาแข่งและเขาผลิตได้ดีกว่า ทำเป็นเรื่องเป็นราวโดยเฉพาะกล่อง แข่งกับยี่ห้อดังได้
สบาย แต่ของไทยเรายังสู้ไม่ได้ครับ รวมทั้งใส้ในด้วย เพราะยังทำเป็นแบบใจรักและอุตสาหกรรมครอบครัว...


Effect ที่ทำจากจีน
รู้มั้ยครับว่า Tube screamer ที่โด่งดังไปทั่วโลก คนคิดคือ ญี่ปุ่นครับ เอเชียเรานี่เอง วันนี้ Effect กีตาร์ที่ผลิตจากจีนก็ทำให้เป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลก เพราะ
ราคาถูก และเล่น Copy ยี่ห้อดัง ทั้งวงจร สี รุ่น พร้อมกับมีทดสอบเสียงเทียบกับตัวดัง การผลิตก็มาตรฐานอุตสาหกรรม เทียบเคียงฝรั่ง เพียงแต่ยังขาด
บารมีครับ แต่ก็ทำให้คนที่มีงบน้อย ได้สอยมาใช้ไม่ยาก อย่าง Eno Music DS-1 ตัวแดงเล็กจิ๋วขวา มาเทียบกับ MI ชนิดจ๊ะๆ ซึ่งราคาที่นำมาสู้ คือ 1600 บาท เท่านั้น เอากับมัน ! นักดนตรีที่ฉลาดเลือกใช้ชีวิตแบบไม่ให้มีจน สู้กันที่ปลายนิ้วและลีลา ก็จะฉลาดเลือก Effect ไม่ให้ถูกโขกมากจนเกินไป...


แล้วเราจะใช้รุ่นไหน ยี่ห้อไหนดี ไม่ใช่เรื่องยากเลย !
ที่ร้านมี 3 เกรด ครับ เพื่อให้เราได้เลือกให้เข้ากับงานและงบประมาณของคุณ
1.-เกรด A กลุ่ม ยี่ห้อดังทั้งหลายนั่นแหละ ขายทั่วโลก สร้างชื่อเสียง มีความเป็นมานาน มีศิลปินดังๆใช้กันมาก คุณภาพมาตรฐาน
มียี่ห้อ Boss , MXR , Maxon , Ibanez , Dunlop , TC.Electronic , Rocktron, Black star, Palmer
, Danelectro, Line 6, DOD, electro Harmonic.......
2.-เกรด B ยี่ห้อใหม่ จากจีนไต้หวัน ที่เห็นว่าต้นทุนผลิตไม่เท่าไหร่ แต่ยี่ห้อดังขายแพง มาเลย แบบถูกกว่าครึ่ง
มียี่ห้อ Nux , Joyo , Artec , Toms’line , Biyang , Caline , Quake,Behringer ....
3.-ยี่ห้อไทย ผลิตโดย คนไทย
ได้แก่ Pedaltank , Shark , 8Note....
Google !
...จะเห็นว่ามียี่ห้อหลากหลาย แต่ที่ปวดหัวกว่าคือชื่อรุ่นของมันครับ มันทำให้เรามึนงงไม่น้อย อย่าง "small stone" (นี่มันอะไรว่ะ ?) แต่ไม่เป็นไรเอาเป็นว่า
เดี๋ยวนี้ข้อมูลของสินค้ามีมากกว่าเมื่อก่อนมาก อยากรู้อะไรก็พิมพิ์ที่ google เดี๋ยวข้อมูลก็จะมาหาเราแบบถล่มทลาย และมันก็พาเราออกท่องโลกไปพบกับ กองทัพของสินค้ากลุ่มนี้ ทั้งข้อมูลจากผู้ผลิตเอง จากร้านขายปลีกต่างๆ รวมทั้งที่นำไปทดสอบ และเวบบอร์ดต่างๆ สุดท้ายก็ไปที่ Youtube มีการเทสกันให้
เราฟังอย่างชนิดที่เราไม่ต้องไปออกแรง รวมทั้งคุณไม่ต้องหาซื้อมาลอง ที่สำคัญไม่ต้องไปหาลองที่ร้าน เพราะบางรุ่นที่ร้านยังไม่มีให้ลองเลย ถึงลองก็จะ
มีความต่างเรื่องแอมป์-กีตาร์อีก สุดท้ายก็เข้าไปดูศิลปินคนโปรดในสายที่ตัวเองชอบ ซึ่งมันใช้กันอยู่ไม่กีตัว และพวกนี้มีประวัติศาสตร์มาหมด อย่าริไปฉีก แนว ดังนั้นหากคุณจะหาซื้อ Effect สักตัว ก็ลองหาข้อมูลจากเวบก่อน ซึ่งจะเป็นทางแรกที่ให้ข้อมูลเรามากที่สุดครับ
ถามและดูคนอื่นใช้ !
หากเราเป็นคนที่ไม่รู้อะไรเลยก็ไปถามที่ร้านเถอะครับ ตรงสุด ! แต่หากคุณเป็นคนที่พอรู้อยู่บ้างก็หาข้อมูลเพิ่มจาก Goolgle อย่างที่บอกและหากยังไม่มั่น ใจก็ไปดูมือกีตาร์มืออาชีพที่เขาเล่นกันดู (เป็นข้อมูลเท่านั้น เพราะมือกีตาร์มืออาชีพบางคนก็ไม่มีเงินเล่นของแพง) และหากคุณเป็นคนที่เพียบพร้อมทั้งขัอ มูลและงบก็ดูมือโปรเขาใช้กันเลยครับ ข้อมูลในเวบมีเพียบ ตามเขาเลย ง่ายสุด ผมยังตามเลย และก็ดูกำลังเงินของเราด้วย หากมีไม่ถึงก็ต้องทำใจ เช่น
หากเราชอบ TubeScreamer แต่เงินไม่ถึง ก็ไม่ต้องไปน้อยใจ มียี่ห้ออื่นที่ราคาถูกกว่า ก็วงจรอันเดียวกันนั่นแหละ เพียงแต่ต้องทำใจเท่านั้น หากไม่ทำใจ
ก็จะร้องให้เหมือนเด็กน้อยไงครับ คือ "มันทำใจไม่ได้ไง" ฮา !
เอาล่ะ มาดูแนวทางการเลือก Effect สักตัวของผม เอา Overdrive ล่ะกัน ที่ร้านมี 3 เกรดอย่างที่บอก
เกรด A ยี่ห้อดัง
มีหลายยี่ห้อ แต่หากมองชื่อเสียงและมือกีตาร์ใช้กันมากก็คือ Tubescreamer หากเราถาม Goo ก็จะมีข้อมูลมาให้เรารู้อย่างที่บอก นอกจากขี้เกียจ !
ออกแบบโดยคนญี่ปุ่น ผลิต Effect ยี่ห้อ Maxon แต่ Ibanez ไปจ้างผลิตอีกที ตั้งแต่ปี 1979 จนมาถึงปัจจุบัน ก็ยังเดิมๆ ไม่มีอะไรใหม่ ราคาค่อนข้างสูง 6,000-10,000 บาท วงจร
ใช้ IC ดั้งเดิมตระกูล JRC4558 มีวงจรให้เห็น และวิเคราะห์กันให้เห็นแบบจะๆ ช่วงหลัง Ibanez ออก Tubescreamer mini ออกมาในราคาที่ถูกลงกว่าเดิมมาก (3,000 บาท) 2 ยี่ห้อ
ที่สร้างชื่อเสียงมันมาคือ Ibanez และ Maxon ครับ ส่วนยี่ห้ออื่นๆก็ว่ากันไปตามรุ่น....

Ibanez TS808 Tube screamer (overdrive)


หัวใจของ Tubescreamer ใช้ IC JRC4558D และด้านขวาคือแผงวงจรของ Tubescreamer TS808 มีแค่นี้เองจริงๆ

เกรด B ยี่ห้อจีน
หากเราดูที่ผลิตมาตรฐานและเสียง ok เลย วงจรเดียวกันกับเกรด A เลย ก็จะมี
Biyang MAD Driver (overdrive) ใช้วงจรใกล้เคียงเกรด A ใช้ IC4558 ตระกูลแบบเดียวกับ Tubescreamer ราคา 2,000 บาท การผลิตมาตรฐาน ไปดูวิดีโออาจหาญประทะกับ
TS-808 Tubescreamer ตัวละเกือบหมื่น....


Joyo Vantage Overdrive ใช้วงจรใกล้เคียงเกรด A ใช้ IC4558 ตระกูลแบบเดียวกับ Tubescreamer ไปดูวิดีโออาจหาญประทะกับ TS-808 Tubescreamer ตัวละเกือบหมื่น....


ยี่ห้อ&ฝีมือคนไทย
Pedaltank- delicate vintage overdrive ใช้วงจรใกล้เคียงเกรด A ใช้ ICJRC4558 ตระกูลแบบเดียวกับ Tubescreamer ราคา 2,000 บาท

" ส่วน Effect ประเภทอื่นๆก็ใช้วิธีการคัดเลือก หาข้อมูล เปรียบเทียบราคา แบบเดียวกันนั่นแหละครับ เห็นมั้ย การเลือก Effect สักตัว ไม่ใช่เรื่องยากเลย "


Multi-Effects
มัลติเอฟเฟค สำหรับ กีต้าร์ และ เบส

Boss GT-100
Multi Effect ก็คือ Effect กีตาร์ที่มีหลายๆประเภทอยู่ในเครื่องเดียว สามารถโปรแกรม ตั้งเสียงแต่ละอย่างไว้เป็น Programe ได้ เรียกใช้ด้วย การเหยียบสวิทซ์ จากรูป GT-100 ข้างบนจะมีปุ่มเหยียบ 4 ปุ่ม ดังนั้นจึงมีการแบ่งเป็น Bank เช่น Bank A มี 4 Bank B อีก 4 ไปเรื่อยๆ นอกนั้น ก็มี Pedal เหยีบคุม Volume, Wah....ยังมีอีกเยอะ อย่างการจำลองเสียงแอมป์ต่างๆ แต่ละรุ่นก็มีความแตกต่างกัน เดี๋ยวนี้มีชื่อเรียกใหม่ๆ อย่าง
Amp Modeling, Virtual Amplification, .... หากพูดถึง Multi Effect สำหรับกีตาร์ และเบส ก็จะต้องพูดถึง Boss ก่อนครับ เพราะค่อนข้างเป็น ที่รู้จักกัน และมีใช้กันมานานมาก และที่ร้านก็มียี่ห้ออื่นๆด้วย





DC 9 Volt Supply
ตัวจ่ายไฟสำหรับเอเฟค และสินค้าอื่นๆที่เกี่ยวกับเอฟเฟค

หม้อแปลง หรือ Adapter และ ตัวจ่ายไฟ Multiple Regurate DC
Effect ทุกแบบต้องการไฟเลี้ยงหมด มาตรฐานที่มีมาคือ 9 โวลล์ DC จะมีใครทำแหวกแนวออกไปก็ไม่ว่า แต่อาจจะถูกว่าเอาได้ กรณีเล่นแบบก้อนๆ แล้วใช้ไฟไม่เหมือนกัน ก็จะทำให้วุ่นวาย ต้องหาไฟเลี้ยงหลายแบบ ซึ่งมีทั้ง 9 V 12 V 18 Volt
เอฟเฟคถือว่าเป็นจุดสัญญาณเริ่มต้น ก่อนจะถูกขยาย หากไฟเลี้ยงไม่ดี ก็จะเกิดเสียงฮัม เสียงจี่ เมื่อ เข้าสู่แอมป์ก็จะยิ่งดังขึ้น เราจึง อยากให้คุณใช้ชุด จ่ายไฟดีๆ ตัวจ่ายไฟระดับพวกนี้ มี IC Regurate ข้างใน ควบคุมไม่ให้ไฟเกิน และกรองกระแสให้ราบเรียบ ซึ่งเหมาะมาก ที่จะใช้เป็นตัวจ่ายให้อุปกรณ์ Front ก่อนเข้าไปขยายที่ตู้แอมป์

หม้อแปลง DC 9 Volt ทั่วไป
แบบแจ็คเสียบออกได้ 1 ช่อง ราคาตัวละ 280 บาท

Boss Adapter PSA series DC 9 Volt ราคา 900 บาท
อีกกลุ่มคือ หม้อแปลงไฟ AC ซึ่งมีใช้กับ Effect บางกลุ่ม เช่น Line 6
หม้อแปลงไฟ AC 9 Volt


Line 6 Adapter PX-2g AC 9 Volt ราคา 850 บาท
หม้อแปลงแบบ Multiple output
ตัวจ่ายไฟระดับนี้จะเหมาะสำหรับคนที่ใช้เอฟเฟคหลายๆก้อน ซึ่งต้องดูว่าจ่ายไฟให้แต่ละก้อนพอใหม ถ้าเป็น stomp box ทั่วๆไปก็จะกินไฟไม่เกิน
100 miliAmp อยู่แล้ว แต่หากเป็นตัวที่กินไฟมากก็จะต้องหารุ่นที่จ่ายกระแสได้มากเพียงพอ ตัวธรรมดาๆ จะใช้วิธีการพ่วงภายใน เช่น 9 โวลท์ 7 ช่อง
300 mA ก็คือ ทั้งหมดจ่ายได้เท่านั้น มีจำนวนช่องเยอะเท่านั้นเอง หากเรามี Effect ที่กินไฟ 300 mA. ก็จะเสียบได้ตัวเดียว


Pedal Tank Supply ราคา 1,900 บาท
ตัวนี้จ่ายไฟ 9V ได้ 7 ช่อง
และมี 18 โวลล์ 2 ช่อง
Shark Supply ราคา 1,400 บาท
ตัวนี้จ่ายไฟ 9V ได้ 7 ช่อง
เราแนะนำ 2 ตัวนี้ เพราะ ตัวจ่ายไฟ 9 โวลล์ ไม่มีอะไรลึกๆไปกว่าไฟราบเรียบ จากการใช้ IC Regurate ข้างใน ซึ่งส่วนใหญ่คล้ายๆกัน
มีตัวจ่ายไฟยี่ห้อดังๆ ราคา 4,000-7,000 บาท บางตัวเว่อร์มาก เกือบหมื่น อาจจะไม่จำเป็นเพราะพวกนี้มันเป็นการค้า ยี่ห้อดังก็แพงเป็นธรรมดา

หม้อแปลงแบบ Multiple output แบบแยกคอยล์ภายใน หรือ ISO
ตัวจ่ายไฟระดับนี้จะเหมาะสำหรับมืออาชีพครับ ที่ใช้ Effect ขั้นเทพ ใช้ไฟหลากหลาย และหลาย Voltage จึงต้องการตัวจ่ายไฟที่ให้กระแสเพียงพอใน
แต่ละช่อง กลุ่มนี้ราคาตั้งแต่ 3,000-9,000 บาท ที่้ร้านมียี่ห้ออย่าง T-Rex, MXR, Voodoo Lab, Pedal Tank, Pedal Train...

T-Rex Fuel Tank รุ่น Goliath ราคา 6,800 บาท

สายแจ็คพ่วงEffects
ก็มีหลายแบบ สั้นยาว......
เชิญที่ร้านเลยครับ



Effect Board & Bag for Effect
กระเป๋า, Board และ กล่องสำหรับใส่Effect

กล่อง-กระเป๋า ใส่ Effects
กล่องใส่ Effect มีหลายแบบ เช่น
1-เป็นถาด- ราง วาง Effect แบบติดตีนตุ๊กแก พร้อมกระเป๋าเก็บ สะพายหลัง เช่น ของ Shark, Rockboard
Shark
รุ่นใหญ่ ราคา 2,250 บาท
รุ่นใหญ่ ราคา 1,850 บาท ขนาด 60x29x5 cm.

2-เป็นกล่องวาง Effect แบบติดตีนตุ๊กแก หรือเจาะช่องใส่ ที่ร้านมีของ PA-Case ราคา 3,300 บาท
3-เป็นกระเป๋า ใส่ ส่วนใหญ่สำหรับ Multi Effect มากกว่า

 

 

 

 

 

บริการจัดส่งทั่วประเทศ แบบจริงใจ ไร้กังวล ! โทร 089-8506440
เนื่องจากเวบผู้ผลิตสินค้า จะให้รายละเอียดของสินค้า และข้อมูลในเชิงลึกมากที่สุดกว่าเวบอื่นๆอยู่แล้ว ที่นี่จึงเน้นไปที่ การให้คำแนะนำเบื้องต้นรวมๆ ของ สินค้าแต่ละกลุ่ม มากกว่าการให้รายละเอียดในแต่ละรุ่น ซึ่งสำคัญในการตัดสินใจจะซื้อสินค้าของยี่ห้อใด หากท่านสนใจสินค้ารุ่นอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวถึงในเวบ หรือไม่แน่ใจการใช้งาน กรุณาสอบถาม-ปรึกษาได้ ที่ 089-8506440

การสั่งซื้อ สามารถสั่งซื้อสินค้าจากเราได้ ซึ่งสามารถจัดส่งทั่วประเทศ ผ่านทางขนส่งต่างๆที่สะดวกสำหรับแต่ละพื้นที่ หากเป็นของไม่ใหญ่ ทางไปรษณีย์น่า จะสะดวกสุด วิธีการสั่งซื้อ กรุณาโทรเช็คกับเราก่อน เมื่อตกลงราคากันแล้ว ก็โอนเงินชำระค่าสินค้า+ค่าส่ง แล้วทางเราจะจัดส่งให้ทันทีครับ ซึ่งทางเราจะ แจ้งให้ทราบทันทีว่าส่งของไปทางไหน และจะติดตามจนถึงปลายทาง สินค้าบางรายการสามารถจัดส่งจาก กรุงเทพ ได้โดยตรง >>more Click

ข้อมูล Up Date เมื่อ June 4, 2015 Copyright 2009 Maximum Sound /Chiangmai - Thailand
277/4-5 Changklan Road, A.Muang, Chiangmai 50100 Northern Thailand Tel/Fax 053-819379,081-7649221