Webboard.....About us.....Contact us.....สั่งซื้อของ Order.....แผนที่ร้าน-Map.....บริการจัดส่งทั่วประเทศ
Electric Guitar
กีตาร์ไฟฟ้า เชียงใหม่ ไปที่ Maximum Sound ก่อน !
กีตาร์ไฟฟ้าถูกแขวนคอรอคุณอยู่ที่ร้านนานๆ หากเป็นคนคงตายไปนานแล้ว! แต่ก๊ตาร์ก็คงป่วยไปไม่มากก็น้อย ที่เราให้เขานั่งกับพื้น รอคุณมาสอย 55!!...

กีตาร์ไฟฟ้า เราต้องยอมรับรับว่า มันมีมากว่า 50 ปี แล้ว ! จนถึงปัจจุบันก็ไม่มีอะไรใหม่เท่าไหร่
....มีกีตาร์ยี่ห้อใหม่ ที่ราคาถูกลง คุณภาพคุ้มค่ากับราคามาให้เลือกซื้อใช้กัน....มาคุยกันหน่อยเรื่องกีตาร์ไฟฟ้าและเบส ดังนี้ครับ
Basic Basic
กีตาร์ไฟฟ้า มีส่วนประกอบหลัก คือไม้เป็นลำตัวและคอ ที่ตัวจะมีที่ยึดสายคือหย่องหรือ Bridge และมี Pick up รับเสียง ต่อสายไปยังสวิทซ์เลือก pick up หน้าหลัง แล้วก็ต่อไปยัง Volume ปรับดังเบา และTone ปรับลดแหลม แล้วต่อออกไปยังแจ็คตัวเมีย เพื่อต่อไปยังแอมป์ขยายให้ดัง ส่วนคอก็จะมี เฟรต ตอกเป็นขั้นๆ มีตั้งแต่ 21-24 เฟรต ส่วนหัวก็จะเป็นที่ยึดขันขึงสายโดยมีลูกบิดเป็นตัวปรับหมุนขึ้นสาย ...ประมาณนี้ อาจจะแตกต่างกันไปบ้าง
ความแตกต่างของกีตาร์ผิวเผินภายนอก คือ ทรง สี อุปกรณ์ที่เห็นอย่าง ลูกบิด หย่อง.... แต่ความแตกต่างภายในคือ ประเภทไม้ที่ทำ เกรดวัสดุ ซึ่งจะมี ผลต่อโทนเสียงโดยตรง ส่วน hardware ทั้งหลายก็จะเป็นเรื่องคุณภาพ อย่าง pickup หย่อง ลูกบิด ตัวโวลุ่ม และฝีมือการผลิต กีตาร์ที่ผลิตมาดี ใช้อุปกรณ์ดี เวลาเล่นจะเกิดความรู้สึกเล่นง่าย น่าเล่น ทัชชิ่งดี ไม่เจ็บมือ เสียงดี และหากเป็นตัว Top Top ละก็ดีเยี่ยม และก็แพงบรรลัย ครับ เกินแสน กับอีแค่ไม้กับ hardware ไม่กีตัว แต่มันก็เป็นไปแล้วครับ มันกลายเป็นสินค้าประเภทสร้างความสุขให้คน มันเลยแพงได้เกินจริงแบบราคาไข่ไก่ !


ทรง-ยี่ห้อ
ผมเชื่อว่า คนซื้อกีตาร์ น่าจะดูทรงเป็นอันดับแรก ทรงของกีตาร์มีต้นแบบอยู่ไม่กี่แบบ ซึ่งมันคือยี่ห้อดั้งเดิม อย่างทรง Lespaul ก็เป็นของยี่ห้อ Gibson หรือทรง Startocaster ก็เป็นของยี่ห้อ Fender มีทรงที่ดัดแปลงจาก 2 ยี่ห้อ ดังกล่าว รวมถึงทรงใหม่ๆ อย่าง Ibanez, Schecter, PRS แต่ก็ยังหนีไม่พ้น ทรงเดิมๆเพียงแต่ปรับเปลี่ยน ให้ทันสมัยขึ้น แต่มันก็ทำให้ " Gibson" และ "Fender" กลายเป็นทรงเก่าโบราณไป ทรงใหม่ๆจะเฟี้ยวฟ้าวกว่า ดูร่วมสมัย กว่า เหมือนรถนั่นแหละครับ นานาจิตตัง คุณเลือกเอง ! เพราะแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน ที่สำคัญแต่ละทรง เสียงไม่เหมือนกันด้วย ส่วนทรงแปลกๆ พิเรนๆ ก็มี..แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่
เสียง
เสียงกีตาร์มาจาก Pickup กีตาร์โดยตรง ซึ่งมี 2 แบบ คือ Single coil และ Hum bucker
>Single Coil (แบบเดี่ยวแถวเดียว) จะให้เสียงใส คม แหลม เล็กบาง เวลาเล่นเสียงแตก จะแตกน้อย มีเสียงฮัมกวนใจอยู่บ้าง out Put เบา
>Hum Bucker (แบบคู่ 2 แถว) ก็จะให้เสียงอ้วน หนา มีมวลกว่า เวลาเล่นเสียงแตก ก็จะแตกมากกว่า มีเสียงฮัมน้อยกว่า out Put ดังกว่า
Pickup แต่ละยี่ห้อก็ให้เสียงไม่เหมือนกันอีก
ตำแหน่งการติด Pickup ก็มีผลต่อเสียง ติดใกล้ Bridge ก็จะแหลม ติดใกล้คอก็จะทุ้มกว่า
อีกส่วนคือ ไม้ที่ใช้ทำลำตัว คอ Figerboard ล้วนมีผลต่อเสียงทั้งสิ้น
> Gibson-Epiphone-ESP....ส่วนใหญ่จะใช้ไม้ Mahogany เป็นส่วนใหญ่ > Fender-Squier จะใช้ไม้ Ash เป็นส่วนใหญ่ >Ibanez จะใช้ไม้ Bass Wood
เป็นส่วนใหญ่ > ส่วนกีตาร์ถูกๆก็จะใช้ไม้ราคาถูกปะปนกันไป เช่น hardwood, agatis......
Hardware

ชิ้นส่วนที่เป็นเหล็ก ก็จะเรียก hardware กัน เช่น หย่องล่าง มีทั้งแบบ Fix และแบบคันโยก คันโยกดีๆก็อย่าง Floydrose ลูกบิด ดีๆก็อย่าง Glover, shaller ,Pickup ยี่ห้อดีๆอย่าง Dimarzio, Seymour duncan.....เฉพาะลูกบิด Glover ก็ 2,500 ขึ้น พวก hardware พวกนี้ หากเป็นกีตาร์ราคา แพง ก็จะใช้ของดีๆพวกนี้อยู่แล้ว แต่หากเป็นกีตาร์ถูกก็จะลดเกรดลงเป็นธรรมดา ก็จะใช้ของ copy หรือเลียนแบบทรงกันไป คุณภาพก็ตามราคา
การเลือกซื้อ
คนที่รู้ ศึกษารายละเอียดยี่ห้อ รุ่น มาแล้ว เมื่อเข้ามาร้านก็จะถามราคาเลย หรือ search Google ดูก็จะทราบราคาขายโดยเฉลี่ย คนที่ไม่รู้จะเลือก กีตาร์แบบไหน เมื่อมาที่ร้านผมก็จะบอกให้เลือกทรงก่อน แล้วก็ตามด้วยระดับราคาและยี่ห้อตามมา เพราะทรงแบบๆหนึ่งอาจจะมีหลายยี่ห้อ หลายราคา ซึ่งเลียนแบบกันมา และแต่ละทรงก็มีความแตกต่างเรื่อง Pickup, Bridge, Volume ซึ่งให้เสียงต่างกันด้วย....ดังนั้น แนะนำให้หาข้อมูลทาง internet
เยอะๆ ครับ เดี๋ยวนี้ข้อมูลน่าจะเพียงพอสำหรับการตัดสินใจ เหลือเพียงการไปจับตัวจริงที่ร้าน ฟังเสียงดู (แต่เสียงก็จะขึ้นกับแอมป์ที่ใช้ด้วยนะครับ)

การไปซื้อกีตาร์ที่ร้าน
หากเป็นโชว์รูมผู้นำเข้าที่ใจกว้างหน่อย ก็จะให้ลองได้เลยเกือบทุกรุ่น แต่รับรองครับ บ้านเราจะดูน้ำหน้าเราก่อน ว่าจะมีกำลังซื้อมั้ย ไม่ใช่เราไปเดินเล่น
แล้วจะแวะขอลองกีตาร์ตัวละ 5-6 หมื่น เขาไม่ให้ลองหรอก เพราะมันจะเป็นรอย แต่หากเป็นตัวถูก 5-6 พัน ก็คงจะขอลองได้ไม่ยาก
>Special ร้านค้าต่างจังหวัด !
ส่วนมากก็จะ stock ซื้อขาดจาก กทม. มารุ่นละ 1-5 ตัว คละสี สีละตัว ก็ไม่อยากให้ใครเดินไปเดินมาจับเล่นๆ โดยเฉพาะเด็กๆ ก็จะใส่ไว้ในตู้โชว์ ดูได้ แต่จับไม่ได้ หากจะจับก็ต้องขอพนักงาน แต่พนักงานก็จะดูว่าตั้งใจมาซื้อรึเปล่า หรือแค่กินข้าวแล้วมาเดินเล่น หากเป็นแบบนั้นก็อาจจะยากนิดหนึ่งครับ
เพราะจะให้ลองเฉพาะคนที่จะซื้อจริงๆเท่านั้น ไม่ใช่ว่าใจแคบ แต่อาจจะต้องทำใจนิดหนึ่งนะ เห็น post กันว่า ไม่ให้ลองแล้วจะซื้อได้ไง ก็ถูกอีก ดังนั้น
แนะนำให้หาข้อมูลให้มากที่สุดทาง net แล้วไปสรุปกันที่ร้านนะครับ เรายินดีให้คำแนะนำให้ได้กีตาร์ที่เหมาะกับคุณที่สุด เมื่อถึงจุดนั้นเราได้ลองแน่นอน
เพราะเรามีกีตาร์ที่เตรียมใว้ให้ลองโดยเฉพาะอยู่แล้ว บางรุ่นที่ไม่มีใน stock ก็สั่งได้ ใช้เวลา 2-3 วัน


กีตาร์ไฟฟ้ายี่ห้อต่างๆ จากระดับเริ่มต้น ที่เราคัดเลือกมาจำหน่าย

ยี่ห้อคนไทย เพื่อไทย
กีตาร์ไฟฟ้า ที่คนไทยเราไปจ้างโรงงานต่างประเทศทำ ซึ่งส่วนใหญ่คือ จีน ราคามิตรภาพเพื่อคนไทยที่มีงบ น้อยหรือน้องๆที่กำลังเริ่มต้นเล่นกีตาร์ รวมถึงพ่อแม่ที่ไม่มั่นใจ ว่ามันจะเล่นจริงจังมั้ย จ๊ะจิงจัง ! กีตาร์
ยี่ห้อไทยเรา ส่วนใหญ่จะ copy ทรงมาจากกีตาร์ดังๆของฝรั่ง ซึ่งขายได้ อย่าง Lespaul, Strat แต่คุณภาพ
ก็ด้อยกว่า แต่ก็อยู่ที่รุ่น ราคา อย่างตัวละ 3,200 บาท ก็อย่าไม่คาดคั้นเอาอะไรจากมัน ให้ความยุติธรรมกับ
ต้นทุน กว่าจะทำออกมาได้ ก็ไม่ง่าย กว่าจะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาบ้านเราอีก บ้านเรายังทำไม่ได้เลย
กับราคาระดับนี้ เอาเป็นว่ากีตาร์ยี่ห้อไทยเรา หากเป็นรุ่นราคาสัก 6,000 บาท ถือว่าคุ้มค่าราคามากครับ
Future, Dream, Queen
ยี่ห้อจาก Dream Music รู้จักกันมานานแล้ว ทำทั้งเบส-กีตาร์-กลอง และอีกหลายอย่าง
Vivid-Century
ยี่ห้อจาก Sinthong Music รู้จักกันมานานแล้ว ทำทั้งเบส-กีตาร์-กลอง และอีกหลายอย่าง
Atlas-Mclorence
ยี่ห้อจาก Rinton Music เพิ่งทำออกมาได้สัก 2-3 ปี ทำทั้งเบส-กีตาร์
Baracuda
ยี่ห้อจาก Jin Heng Lee ทำทั้งเบส-กีตาร์-กลอง แต่ช่วงหลังๆไม่ค่อยมีสินค้า ไม่ออกรุ่นใหม่
ยี่ห้อฝรั่ง บุกไทย
กีตาร์ไฟฟ้า ต้นแบบก็มาจากฝรั่งตะวันตก ดังนั้นยี่ห้อดังก็หนีไม่พ้นจากฝรั่ง ซึ่งฝรั่งเอง เมื่อทำอะไรก็ทำแบบ สุดๆ จนราคาเว่อร์เกินจริง เพราะมันมีค่าในตัวสูง ไม่ว่าฝีมือคนทำ ชื่อ ชั้น ศิลปินดังที่เล่น จนถึงเรื่องการสร้างค่าทาง การค้า มอมเมา คนเล่นจนโงหัวไม่ขึ้น เกิดการยึดติด อย่างไม่อาจจะช่วยเหลือได้ ตัวใครตัวมันละ ครับ 555ปัจจุบันย้านฐานโรงงานไปที่จีนเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นบางยี่ห้ออย่าง Gibson ยังทำในอเมริกา ประเทศที่ค่าแรงแพงลิ่ว นั่นคือ ตัวการหนึ่งที่ทำให้กีตาร์มีราคาแพง
Gibson, Epiphone
2 ยี่ห้อนี้ ไม่มีใครไม่รู้จัก Gibson ทำใน USA. ราคา 19,000 บาท ขึ้นไป ส่วน Epiphone ทำในจีน เป็นเกรด B ทำมา เพื่อคนอยากเล่น Gibson แต่งบไม่ถึง มีราคาตั้งแต่ 7,500 บาท ขึ้นไปถึง 20,000 บาท แต่เดี๋ยวนี้โรงงานจีนคงรำคาญ ว่าขายราคาแพงเกิน ทำให้เสียดุล copy เลย มีทั้งยี่ห้ออื่น และใส่ยี่ห้อ Gibson เอง มีวิดีโอ ให้ดู-ฟังเสียงเทียบกันเลย ลองไปฟังดู link นี้ หรืออื่นๆ ใน You Tube มีให้ดูเยอะครับ ซึ่งมีกี่คนที่ฟังเสียงออก !
Fender, Squier
2 ยี่ห้อนี้ ก็เป็นที่รู้จักมานาน Fender มีทั้งทำใน USA. และ Mexico ส่วน Squier ทำในจีน เป็นเกรด B ทำมาเพื่อคนอยากเล่น แต่งบไม่ถึง มีราคาตั้งแต่ 5,000 บาท ขึ้นไป
ESP, LTD.
2 ยี่ห้อนี้ ก็เป็นที่รู้จักมานาน คล้าย Gibson-Fender คือทำเกรด B ทำมาเพื่อคนอยากเล่น ESP แต่งบไม่ถึง
Ibanez
ยี่ห้อนี้ ก็เป็นที่รู้จักมานาน Ibanez มีทั้งทำในญี่ปุ่น และ อินโดนีเชียและบางรุ่นทำที่จีน
Yamaha
เริ่มมีชื่อ เมื่อได้แจ็ค ธรรมรัตน์ มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้ แต่ก็ไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่ ทำมาสำหรับนักเรียน
ดนตรีในเครือ Yamaha มากกว่า
Cort
อีกยี่ห้อที่ทำกีตาร์มาตรฐาน ที่เป็นที่รู้จักเช่นกัน
Spear
อีกยี่ห้อ ที่เริ่มเป็นที่รู้จักกันแล้ว ที่มาพร้อมคุณภาพเต็มๆ กับราคาเพียง 7,500 บาท
Greg Bennett
อีกยี่ห้อ ที่เริ่มเป็นที่รู้จักกัน มาพร้อมคุณภาพคุ้มค่าราคา
ยี่ห้ออื่นๆอีกหลายยี่ห้อ
มีกีตาร์ยี่ห้ออื่นๆอีกมากมาย ซึ่งไม่สามารถนำมากล่าว ณ ที่นี้ได้ เพราะไม่ค่อยมีชื่อ

**สิ่งที่คน ดูคนเล่นกีตาร์คือ "ฝีมือ" ครับ.......ส่วนกีตาร์ และเสียงก็จะเป็นส่วนประกอบไป แต่ก็ต้องเสียงดีระดับหนึ่ง เสียงจะดีก็ขึ้นกับส่วน
อื่นด้วย เช่น เอฟเฟค แอมป์ ที่สำคัญคนเล่นจะต้องรู้ว่า " เสียงกีตาร์ดีมาตรฐานมันเป็นยังไง " ก็จะได้ปรับได้ถูก ทีนี้มาถึงเรื่องกีตาร์ หากงบ
ประมาณของเราสามารถซื้อกีตาร์ตัวละ 15,000-30,000 ได้ก็ถือว่าเราได้กีตาร์ที่มาตรฐานแล้วล่ะครับ กีตาร์ราคาต่ำกว่านี้ ก็อาจจะดีในระดับ
พอเล่นได้สำหรับผู้เริ่มต้น มือกีตาร์ที่เล่นมาระดับหนึ่งแล้ว จะคาดคั้นหาเสียงที่ต้องการจากมัน ก็อาจจะไม่ยุติธรรม ! เพราะด้วยข้อจำกัดเรื่อง
การลดต้นทุน ไม้อาจจะเกรดต่ำไปนิด ส่วนกีตาร์ที่แพงกว่านี้ เราไม่ขอแนะนำ เพราะกีตาร์แพงมันไม่ได้ทำให้คุณเล่นเก่งหรือเล่นดี และมัน
ไม่ได้ให้เสียงที่ต่างกัน มากมายเท่าไหร่นัก ที่มันแพงเพราะการสร้างค่าทางการค้า หรือจ้าง ศิลปิน ดังมาเป็น presenter ให้และอาจจะผลิต
ในประเทศที่ค่าแรงแพงลิ่ว อย่าง USA อีกเรื่อง คือไม้ที่ใช้ทำ อาจไม้ที่เป็นสุดยอดทางทฤษฏีี ราคามันสูงลิ่วแน่นอน เพราะมีน้อยและอาจ
ผ่านการเก็บมาหลายสิบปี แต่จะมีใครสักกี่คนที่ ฟังเสียงไม้ออก ! แต่หากจะมีใครที่จะซื้อคุณค่าอันนี้มาเพื่อประดับไว้ที่ฝาผนังบ้าน หรือเอา
ไว้คุยอวดก็ไม่ว่ากัน เพราะเรื่องพวกมันเป็นเรื่องทางใจ มีเงินก็หาซื้อกันได้ แต่หากพูดถึงความคุ้มค่า ไม่คุ้มเลยกับไม้ 2 ชิ้น+อุปกรณ์อีเลค-
ทรอนิคส์ ราคาเป็นแสน ! ผู้ดูผู้ชมจะชื่นชมคนที่เล่นกีตาร์เก่ง และเล่นดี มีความเป็นตัวของตัวเอง มากกว่า ชื่นชมคนมีกีตาร์แพง หากคุณสู้
กับการฝึกฝน เล่นได้ระดับหนึ่งแล้ว ก็ฝึกแสดงและสร้างผลงานของตัวเองออกมาบ้าง ก็จะเป็นผลดีกับคนเล่นกีตาร์เอง ฝึกการรวมวงและ
เป็นตัวของตัวเอง แล้วคุณจะโดดเด่นมากกว่าคนอื่นก็ตรงนี้แหละ แล ! ... ..



สินค้าที่ Maximum Sound
กีตาร์ที่ร้านเราจะมี หลากหลายยี่ห้อ ตามความต้องการของลูกค้าหลายกลุ่มหลายระดับ ราคาตั้งแต่ 3,200 บาท ขึ้นไป
Gibson-
Studio '50s Tribute Humbucker, LPJ, SGJ .... Epiphone -Prophecy, standard, studio, SG, Studio DOT, Sheraton II.....

Fender
-Standard stratocaster (Mexico).... Squier-Standard Stratocaster, California Series, Bullet series, Clasic Vibe'50-'60.....
Ibanez
-GSA, GRG series
Washburn-
X50PROQ ราคา 17,000-
Spear
ราคา 7,800 บาท
Cort, Baracuda, Clevan, Future, Dream, GSM, Ltd, Schecter ,SGR, Century, Vivid...
นอกจากนั้นก็มียี่ห้อ Atlas, Mclorence


Atlas LP-103F - Mclorence LP-105




 

บริการจัดส่งทั่วประเทศ แบบเราจริงใจ คุณไร้กังวล ! โทร 081-7649221
เนื่องจากเวบผู้ผลิตสินค้า จะให้รายละเอียดข้อมูลของสินค้าอยู่แล้ว ที่นี่เราจึงเน้นไปที่ การให้คำแนะนำเบื้องต้นและจุดสำคัญของตัวสินค้าแต่ละยี่ห้อ-รุ่น ซึ่งสำคัญในการตัดสินใจว่าเราจะซื้อสินค้าของยี่ห้อใด ที่คุ้มค่ากับเงินเรามากที่สุด แต่แม้กระนั้น ก็ยังมีความชอบส่วนตัวในแต่ละยี่ห้ออยู่ หากท่านสนใจ สินค้ารุ่นอื่นๆที่ไม่ได้ กล่าวถึงในเวบหรือไม่แน่ใจการใช้งาน สามารถสอบ ถาม-ปรึกษาได้ ที่ 089-8506440 หรือ 081-7649221 เวลา 10-18.00 น.

การสั่งซื้อ สามารถสั่งซื้อสินค้าจากเราได้ ซึ่งสามารถจัดส่งทั่วประเทศ ผ่านทางขนส่งต่างๆที่สะดวกสำหรับแต่ละพื้นที่ หากเป็นของไม่ใหญ่ การจัดส่ง ทางไปรษณีย์ น่าจะสะดวกสุด วิธีการสั่งซื้อ กรุณาโทรเช็คกับเราก่อน เมื่อตกลงราคากันแล้ว ก็โอนเงินชำระค่าสินค้า+ค่าจัดส่ง แล้วทางเราจะจัดส่งให้ ทันทีครับ โดยทางเราจะแจ้งให้ทราบทันทีว่าส่งของไปทางไหน และจะติดตามจนถึงปลายทาง รายละเอียดเพิ่มเติม >more Click

ข้อมูล Up Date เมื่อ April 8, 2014 Copyright 2009 Maximum Sound /Chiangmai - Thailand
277/4-5 Changklan Road, A.Muang, Chiangmai 50100 Northern Thailand Tel/Fax 053-819379,081-7649221