หน้าแรก .....Webboard.....About us.....Contact us.....สั่งซื้อของ Order.....แผนที่ร้าน-Map.....บริการจัดส่งทั่วประเทศ
ไมโครโฟนไร้สาย แบบไหนดี VHF หรือ UHF
อ้าวเดี๋ยวนี้มี 2.4 Ghz digital มาอีก

ไมโครโฟนไร้สาย ไมค์ลอย ! ระบบไร้สาย - เชียงใหม่

คนใช้อาจจะงงๆ วันนี้ขอสรุปมากันพอได้เข้าใจนะครับ ไม่ถึงระดับวิชาการ....
>มารู้จักความถี่กันก่อน
VHF (Very high frequency) ย่านความถี่ 30 - 300 MHz  
เป็นคลื่นวิทยุ ความยาวคลื่นของ 10 m Bandwidth 7 MHz เนื่องจากความถี่ต่ำเลยมีสัญญาณณรบกวนเยอะ ถูกแบ่งเป็น 2 ช่วง
Low band 49-108 MHz สำหรับวิทยุมือถือ walkie โทรศัพท์ไร้สาย ของเล่นบังคับวิทยุ ทีวีบางช่อง เครื่องช่วยฟังแปลภาษา...
High Band 169-216 Mhz สำหรับวิทยุ FM จึงไม่เหมาะกับไมค์ไร้สาย ซึ่งอาจจะถูกรบกวนโดย TV
ยังได้มีการกำหนดช่วงความถี่ย่อยออกไปอีก
ช่วง 169-172 Mhz ช่วง 8 ความถี่นี้มีใช้กันมากในงานทั่วๆไป ถูกจัดให้เป็น Travelling Frequency เดินทางไปใช้เมืองไหนก็ได้(USA) โดยไม่ไปรบกวน TV
ช่วง 174-216 Mhz เป็นอีกช่วง ถูกจัดให้สำหรับ TV ช่อง 7-13 (USA)

UHF (Ultra high frequency) ย่านความถี่ 300 - 3000 MHz เป็นคลื่นไมโครเวฟ ความยาวคลื่นสั้นลงน้อยกว่า 1 m. ทำให้สามารถทำเสาอากาศสั้นลง แต่พอคลื่นสั้นลงความสามารถในการส่งผ่านทะลุผ่านกำแพง ตัวคน ทำได้น้อยลง UHF จึงต้องการความว่างสิ่งกีดขวางน้อยในการใช้งาน หากเจอสิ่งกีดขวางโดยเฉพาะโลหะก็จะเกิดปัญหาได้ แต่ก็แก้โดยการใช้เสาอากาศ 2 เสาแบบ diversty โดยเลือกเอาสัญาณที่ดีแรงจากเสาใดเสาหนึ่ง และสามารถทำกำลังส่งได้แรงกว่าถึง 250 mW  ย่าน UHF จะ dynamic เสียงที่ดีกว่า ชัดเจน มีแบนวิทเยอะกว่า VHF ถึง 8 เท่าใช้ได้หลาย CH กรณีใช้หลายๆตัว เช่นงานคอนเสริตความถี่จะไม่กวนกันไม่ตีกัน แต่หากเจองานแสดงสินค้ามีการใช้ไมค์ไร้สายเยอะๆก็ตีกันนัวเนียเหมือนกัน
ในการผลิตอุปกรณ์ UHF ดูจะมี คชจ.ในการออกแบบและผลิตมากกว่า VHF

ดูเหมือนว่าระบบ UHF จะมีข้อดีกว่า VHF หลายข้อแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะดีกว่าเสียทีเดียว คล้ายๆกัน อยู่ที่ว่างานเราจะเอาไปใช้ที่ไหนอย่างไร จำนวนไมค์ที่ใช้ และราคาเป็นตัวประกอบ อย่างไรก็ตามย่าน UHF จะถูกรบกวนโดยเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ คอมพิวเตอร์...น้อยกว่า VHF แต่ด้วยความยาวคลื่นของ VHF ยาวกว่า ทำให้มันไปได้ไกลกว่า สามารถทะลุทะลวงสิ่งกีดขวางได้ดีกว่า

2.4GHz ISM BAND (Industrial, Scientific and Medical (ISM) Radio Bands) ย่านความถี่ที่ไม่ถูกหน่วยงานไหนในโลกควบคุม เป็นย่านความถี่ที่ถูกระบุไว้เพื่อใช้กับเครื่องมือในวงการ อุตสาหกรรม, วิทยาศาสตร์ และ การแพทย์ เท่านั้น แต่ในตู้ Microwave, Bluetooth และ WIFI ใช้ช่วงความถี่อยู่ที่ 2.4GHz ในปัจจุบันมีผู้ผลิตไมโครโฟนไร้สายหลายเจ้าที่เริ่มมองเห็นความสําคัญในการผลิตระบบที่ไม่ต้องคํานึงถึงการขออนุญาตจากหน่วยงานราชการในแต่ละประเทศทั่วโลก จึงได้ผลิตชุดไมโครโฟนไร้สายที่ทํางานในย่านความถี่ 2.4GHz ออกมา แต่เนื่องจากย่านความถี่นี้เต็มไปด้วยการรับส่งข้อมูลหลายชนิดคือ Bluetooth, Microwave และ WIFI จึงมีความจําเป็นต้องออกแบบระบบไมโครโฟนไร้สายเป็นชนิด Digital เพื่อให้ Receiver สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างคลื่นรบกวนกับสัญญาณที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ


คลื่นถูกควบคุมโดยรัฐ
ไมโครโฟนไร้สาย เป็นอุปกรณ์ใช้ความถี่เป็นตัวรับส่งสัญญาณ แน่นอนถูกควบคุมดูแลโดย  กสทช. โดยในระดับนานชาติมี FCC เป็นคนกำหนดข้อตกลง ในบ้านเราตั้งแต่ปี 48 เป็นต้นมามา ถูกกำหนดว่าไมโครโฟนไร้สาย ต้องทํางานในย่านความถี่ 794-806MHz (UHF) เท่านั้นและมีกําลังส่งไม่เกิน 50mW ฝ่าฝืนถือว่าผิดกฏหมาย และทุกเครื่องจะต้องมีการขออนุญาตจาก กสทช. โดยมีสติ๊กเกอร์ติดทุกเครื่อง หากไม่มีก็ผิดกฏหมายเช่นกัน เนื่องจากไมโครโฟนไร้สายมีกําลังส่งที่น้อยมากเมื่อเทียบกับวิทยุสื่อสารหรือวิทยุชุมชน จึงไม่เป็นเป้าหมายในการตรวจสอบจากเจ้าพนักงานเท่าไรนักเพราะใช้งานได้ในระยะทางสั้นๆ (กวนกิจการโทรคมนาคมที่ใช้ย่านความถี่อย่างถูกกฏหมายได้ไม่ถึงกิโลเมตร)
เนื่องจากไมโครโฟนไร้สายเป็นเครื่องวิทยุโทรคมนาคมที่ประชาชนทั่วไปสามารถซื้อใช้เองได้ จึงถูกจัดให้มีความสําคัญระดับรองเมื่อเทียบกับกิจการโทรคมนาคมที่ต้องสัมปทานความถี่ ผู้ใช้จึงไม่สามารถร้องเรียนหน่วยงานใดๆ ให้ตรวจสอบถึงสัญญาณรบกวนได้ ผ้ใช้งานไมโครโฟนไร้สายจึงต้องมีความเข้าใจและพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน โดยไม่มีผ้ใดเป็นเจ้าของความถี่

VHF หรือ UHF ดีกว่ากัน

VHF  UHF  
ระยะทางการใช้งาน (กําลังส่งเท่ากัน) ไกลกว่า  ใกล้กว่า  
ความซับซ้อนในการออกแบบ-ผลิต น้อยกว่า แพงกว่า  
ราคา ถูกกว่า แพงกว่า  
ความยาวเสาอากาศ    ยาวกว่า สั้นกว่า  
การทะลุทะลวง ดีกว่า แย่กว่า VHF เสาอากาศยาวเกะกะกรณีไม่ต้องการให้เห็น เช่น body pack
คุณภาพเสียง แล้วแต่การออกแบบ  
การถูกดูดซึมจากวัสดุต่างๆ   น้อยกว่า มากกว่า  
การสะท้อนวัสดุต่างๆ  น้อยกว่า มากกว่า  
อาการคลื่นหลุด หลุดไม่บ่อยแต่เป็นวงกว้าง หลุดบ่อยแต่เป็นระยะสั้นๆ  
 
       
       
       
       

เมื่อพิจารณาจากตารางพบว่า VHF มีข้อดีมากกว่า UHF เนื่องจากมี Wavelength ยาวกว่าทําให้มีประสิทธิภาพในการกระจายตัวในอากาศได้ดีกว่า แต่เนื่องจากกฏหมายของแต่ละประเทศที่มีผลต่อย่านความถี่ในการใช้งานไมโครโฟนไร้สายถูกย้ายขึ้นไปเป็น UHF หมดแล้ว จึงบังคับให้ผ้ผลิตต้องออกแบบระบบที่เป็น UHF ออกมาโดยปริยาย อย่างไรก็ตามหาซื้อไมโครโฟนไร้สายย่าน VHF ได้ตามแหล่งขายอุปกรณ์อิเลกโทรนิคส์ทั่วไปในราคาถูก แต่ต้องระลึกอยู่เสมอว่ากําลังผิดระเบียบของ กสทช.

>ทําไมราคา Wireless Microphone ถึงมีตั้งแต่ไม่กี่พันบาทไปจนถึงหลักแสน
1. แพงกว่าเสียงดีกว่า – ระบบไมโครโฟนไร้ สายที่มีราคาแพงจะมีคุณภาพเสียงดีกว่ารุ่นถูกเสมอ ถึงแม้จะใช้หัวไมโครโฟนเดียวกันก็ตาม
2. แพงกว่าซอยย่อยได้เยอะช่องกว่า – ระบบที่แพงกว่าจะสามารถใช้งานพร้อมกันได้จํานวนช่องมากกว่าในย่านความถี่เดียวกัน
3. แพงกว่าทนทานกว่า – ยิ่งแพงกว่าวัสดุและการเคลือบผิวของอุปกรณ์จะดีกว่า ทนทานกว่า และหลุดลอกช้ากว่า เมื่อใช้ไปนานๆ
4. แพงกว่าควบคุมได้เบ็ดเสร็จกว่า – ระบบที่มีราคาแพงมักมาพร้อม Option เสริมที่ใช้สําหรับควบคุมทั้งระบบผ่านคอมพิวเตอร์โดยผู้ใช้สามารถทราบถึงปริมาณแบตเตอรี่, ความแรงของสัญญาณ, ความแรงเสียง ฯลฯ ผ่านหน้าจอได้อย่างง่ายดาย
5. แพงกว่าคุ้มครองนานกว่า – เนื่องจากระบบที่มีราคาแพงมักถูกออกแบบให้มี Life Cycle สูง (เท่ากับมีเสียส่งซ่อมน้อย) จึงทําให้ผู้ผลิต stock อะไหล่ไว้เป็นเวลานานมากขึ ้น ทําให้มีอะไหล่เปลี่ยนซ่อมเป็นระยะเวลานานกว่า
6. แพงกว่าเรียกร้องได้มากกว่า – ผู้ผลิต (บางราย) จะมีทีมงานคอยอํานวยความสะดวกและตอบข้อซักถามเกี่ยวกับ ระบบที่มีราคาแพงโดยเฉพาะ ทําให้ผู้ใช้สามารถขอความช่วยเหลือหรือซักถามข้อสงสัยได้อย่างรวดเร็ว

ไมโครโฟนไร้สายราคาถูกมักให้อาการปวดหัวกับเป็นของแถม
1. เสถียรภาพของระบบตํ่า – ไม่แปลกใจที่ไมโครโฟนไร้สายราคาถูกมากๆ (ไม่กี่พันบาท) จะมีอาการคลื่นหลุดบ่อยครั้ง เนื่องจากอุปกรณ์อิเลกโทรนิคส์ภายในไม่ได้มาตรฐาน
2. คุณภาพเสียงแย่ – เนื่องจากมีราคาถูกทําให้วงจร Compander มีประสิทธิภาพด้อยกว่ารุ่นที่ราคาสูง จึงทําให้ สัญญาณเสียงที่ได้มีความผิดเพี้ยนพร้อมกับเสียงบี้และแตกมาเป็นของแถม
3. กินถ่าน – ระบบราคาถูกบางรุ่นสามารถใช้งานได้เพียง 4 ชม. ด้วยแบตเตอรี่อัลคาไลน์ AA 2 ก้อน แต่ราคาแพงบาง รุ่นสามารถอยู่ได้ถึง 15 ชม. เลยทีเดียว
4. ขยับขยายยาก – เพราะใช้พร้ อมกันได้น้อยช่องกว่า แถมบางรุ่นไม่มีจุดเชื่อมต่อกับ Antenna Distributor อีก ต่างหาก
5. มีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ –เช่นเสียงสวิตซ์ที่ดัง “ปุ้” เวลาเปิด-ปิดตัวส่งเป็นต้น
6. ใช้งานได้ในระยะทางสั้นๆ – สําหรับระบบราคาถูกบางรุ่นจะมีระยะทางการใช้งานเพียง 15 เมตรเท่านั้นด้วยเสาอากาศยางเดิมๆ แต่อาจสูงถึง 75 เมตรสําหรับระบบที่มีราคาแพงกว่า
7. หนีคลื่นแทรกไม่ขาด – ไมโครโฟนไร้สายราคาถูกบางรุ่นไม่สามารถเปลี่ยนช่องความถี่ใช้งานได้ จึงแน่นิ่งเวลาเจอสัญญาณรบกวน


ข้อสังเกตุสำหรับเรื่อง ไมค์ไร้สาย
1-ไมค์แต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่นจะต่างกันตรงคุณภาพของไมค์ ซึ่งราคาไมค์ก็ต่างกันอยู่แล้ว อย่างหัว Shure SM-58 ก็ปาเข้าไป 3600 บาทแล้ว
2-ระบบความถี่
>ตัวถูกๆ จะ Fix ความถี่ ซึ่งจะมีกำกับทุกเครื่องว่าส่งรับความถี่ไหน หาก 2 เครื่องเป็นความถี่เดียวกัน อยู่ที่เดียวกัน ก็จะชนกันนัวเนีย !
>รุ่นที่ดีขึ้นมาหน่อย ก็มีมาให้หลายความถี่ในเครื่องๆเดียว สามารถปรับหลบกันได้ ในกรณีชนกัน อย่าง Shure PG จะปรับแชนแนลได้ 8 ช่อง 1 2 3 4 A B C D ถ้าหากเรามีรุ่นนี้ใช้อยู่ 9 ตัว มันจะต้องชนกัน 1 ตัว สรุปใช้ได้มากสุดบริเวณเดียวกัน คือ 8 ตัว
>ส่วนตัวแพงๆก็จะสามารถ set ความถี่หลบได้เป็นช่วงๆ มีระบบหากันโดยอัตโนมัติ มีระบบเตือน Battery Low ..
3-ส่วนที่ลึกกว่าคือ ความสามารถของเครื่องรับ เครื่องส่ง ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้ชัดเจน บางเครื่องก็มีหน่วง ช้า บางเครื่องเสียงบาง ขุ่น เฮ้อ !

 
* หากท่านสนใจสินค้ารุ่นอื่นๆ กรุณาสอบถาม และสั่งซื้อได้ ที่ 089-8506440 *
 

บริการจัดส่งทั่วประเทศ แบบเราจริงใจ คุณไร้กังวล ! โทร 081-7649221
เนื่องจากเวบผู้ผลิตสินค้า จะให้รายละเอียดข้อมูลของสินค้าอยู่แล้ว ที่นี่เราจึงเน้นไปที่ การให้คำแนะนำเบื้องต้นและจุดสำคัญของตัวสินค้าแต่ละยี่ห้อ-รุ่น ซึ่งสำคัญในการตัดสินใจว่าเราจะซื้อสินค้าของยี่ห้อใด ที่คุ้มค่ากับเงินเรามากที่สุด แต่แม้กระนั้น ก็ยังมีความชอบส่วนตัวในแต่ละยี่ห้ออยู่ หากท่านสนใจ สินค้ารุ่นอื่นๆที่ไม่ได้ กล่าวถึงในเวบหรือไม่แน่ใจการใช้งาน สามารถสอบ ถาม-ปรึกษาได้ ที่ 089-8506440 หรือ 081-7649221 เวลา 10-18.00 น.

การสั่งซื้อ สามารถสั่งซื้อสินค้าจากเราได้ ซึ่งสามารถจัดส่งทั่วประเทศ ผ่านทางขนส่งต่างๆที่สะดวกสำหรับแต่ละพื้นที่ หากเป็นของไม่ใหญ่ การจัดส่ง ทางไปรษณีย์ น่าจะสะดวกสุด วิธีการสั่งซื้อ กรุณาโทรเช็คกับเราก่อน เมื่อตกลงราคากันแล้ว ก็โอนเงินชำระค่าสินค้า+ค่าจัดส่ง แล้วทางเราจะจัดส่งให้ ทันทีครับ โดยทางเราจะแจ้งให้ทราบทันทีว่าส่งของไปทางไหน และจะติดตามจนถึงปลายทาง รายละเอียดเพิ่มเติม >more Click

ข้อมูล Up Date เมื่อ May 16, 2016 Copyright 2009 Maximum Sound /Chiangmai - Thailand
277/4-5 Changklan Road, A.Muang, Chiangmai 50100 Northern Thailand Tel/Fax 053-819379,081-7649221